แทบช็อค! กระเป๋าแบรนด์เนมใบเดียว สนามบินสุวรรณภูมิเรียกเก็บภาษี 37,000 บาท อ่านแล้วถึงกับอึ้ง!

0
125296
loading...

ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อมูล จากเฟซบุ๊กคุณMitpol Saelim เผยเหตุการณ์ขณะเข้าไปช่วยหญิงสาวในกรุ๊ปทัวร์รายหนึ่ง ที่โดยศุลกากรของสุวรรณภูมิเรียกเก็บภาษีกระเป๋าแบรนด์เนม 37,000 บาท ซึ่งมีการขอต่อรอง เจ้าหน้าที่ก็กล่าวว่า ช่วยลดให้เหลือได้แค่ 30,000 บาท

ซึ่งหลังจากนั้นลูกทัวร์ก็ขอต่อรองขอจ่ายภาษี 10,000 บาท แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอม แต่เมื่อจะขอถ่ายรูปลงเฟซบุ๊ก กลับยอมลดเหลือเหลือแค่ 10,000 บาท โดยผู้โพสต์ระบุว่าที่นำมาแชร์เพราะต้องการให้รัฐบาลกำหนดให้ชัดเจนและประกาศออกสื่อ เพื่อให้ประชาชนได้รู้ว่าจะต้องเสียภาษีเท่าไหร่กันแน่ โดยข้อความทั้งหมดมีดังนี้

image

ช่วยแชร์กันเยอะๆ นะครับ ไม่อยากให้ประชาชนต้องเสียค่าโง่ครับ “เตือนภัยสาวๆ ที่ชอบซื้อของแบรนด์เนมเข้าประเทศ”

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2558 เวลาประมาณ 20:08 น. เหตุเกิดที่ ห้องฝ่ายบริการผู้โดยสาร ( ขาเข้าระหว่างประเทศ ) สนามบินสุวรรณภูมิ ผมได้เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นมาถึงประเทศไทย พร้อมคณะทัวร์ที่ไปเที่ยวด้วยกัน

เมื่อลงจากเครื่องบินก็ต้องไปตรวจคนเข้าเมือง ทุกคนผ่านไปด้วยดี หลังจากนั้นก็มาถึงการสำแดงสิ่งของ ทุกคนก็ผ่านไปด้วยดี แต่มีคนๆ หนึ่งในลูกทัวร์ไม่ผ่าน ลูกทัวร์คนนี้ก็ถามว่าทำไมไม่ผ่าน ทางคนตรวจบอกว่ามีกระเป๋าอยู่ใบหนึ่ง ( ย้ำนะครับว่าใบเดียว ) ต้องขอดูก่อน

ปรากฎว่าเป็นกระเป๋าที่มีราคาแพง ต้องไปคุยกับนักวิชาการในด้านนี้ ว่าจะให้ผ่านได้ไหม ผมอยู่ในเหตุการณ์และรู้จักกับลูกทัวร์พอดี แต่ไม่สนิท ( ผมฟังแล้วไม่แฟร์ ) เลยไปช่วยคุยและอยากรู้เหตุผลด้วยว่าไม่ผ่านเพราะอะไร

image image

ไปถึงก็มีนักวิชาการอย่างว่าออกมาคุย

ผมถามไปว่า ” กระเป๋าใบเดียว ” ทำไมผ่านไม่ได้ครับ
นักวิชาการ ; กระเป๋าแบรนด์เนม ราคาเกิน 100,000 บาท ต้องโดนภาษีเพิ่ม 37,000 บาทค่ะ
ผม ; โทษนะครับ เค้าซื้อกระเป๋าใบนี้มาจากญี่ปุ่นแพงว่าซื้อในไทย จะต้องโดนภาษีอีกเหรอครับ ( ใบนี้หายากมั้งครับ ) เค้าไม่ได้ซื้อมาขายนะครับ
นักวิชาการ ; ถ้าเป็นแบรนด์เนมมีราคา ทางเราก็ต้องให้เสียภาษีค่ะ ไม่งั้นคนก็ซื้อมาขายกันเยอะค่ะ
ผม ; มันแค่ใบเดียวนี่นะ อีกอย่างราคาก็แพงกว่าเมืองไทย เค้าจะเอาไปขายได้ไงครับ ช่วยหน่อยได้ไหมครับ
นักวิชาการ ; จะให้ช่วยยังไงอ่ะ ว่ามา
ผม ; 10,000 บาทก็พอครับ ( ปรึกษากับลูกทัวร์แล้ว )
นักวิชาการ ; ไม่ได้หรอก อย่างน้อยก็ต้อง 30,000 บาท ช่วยได้แค่นี้จริงๆ
ผม ; งั้นถ้าช่วยไม่ได้คุณก็ทำตาม process คุณแล้วกัน ผมก็ขอถ่ายรูปคุณลงเฟซบุ๊กนะครับ
นักวิชาการ ; ไม่ได้ๆ คุณหยุดถ่ายเดี๋ยวนี้
ผม ; คุณทำตาม process คุณ ผมถ่ายแค่นี้แล้วคุณกลัวอะไรครับ ถ้าคุณจะเอาหลักกฎหมายมาหากินกับประชาชน ก็ตัองแฟร์กับประชาชน ให้ประชาชนรับรู้ทั่วกันด้วยครับ ไม่ใช้มีคนรู้แค่ 10% คุณต้องออกสื่อมากว่านี้ครับ ( นักวิชาการแตกกระเจิงตอนผมถ่ายรูป )
ตอนนี้ไม่มีนักวิชาการคุยกับผมเลย หนีเข้าห้องกันหมด อีกสักพักนักวิชาการคนเดิมก็เดินมา บอกให้ลูกทัวร์เข้ามาคุยกับหัวหน้าอีกคน ในห้องฝ่ายบริการผู้โดยสาร โดยไม่ยอมให้ผมเข้าไปเลย
ผ่านไปสัก 5 นาที ลูกทัวร์ก็ออกมาพร้อมกับการเสียเงิน 10,000 บาท
จริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องของผมหรอกครับ แต่ผมถามหน่อย คนไทยไปต่างประเทศ จะซื้อของมาใช้เอง แค่ใบเดียวไม่ได้เหรอ ? รัฐบาลควรกำหนดมาเลยว่า ได้กี่ใบ/คน ถ้าไม่ได้ก็ควรออกสื่อให้ทราบทั่วกัน ว่าจะต้องเสียภาษีเท่าไหร่????เหมือนเราเล่นกีฬา ต้องมีกฎเกณฑ์ในการเล่นให้ผู้เล่นรับรู้ทั้งสองฝ่ายมันถึงจะแฟร์ ใช่ไหมครับ

image image

แสดงความเห็น

แบ่งปัน

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้